วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
PowerDirector
ทำสไลด์โชว์ ตัดต่อวิดีโอ แบบมืออาชีพด้วย PowerDirector
CyberLink PowerDirector 8 โปรแกรมตัดต่อ Video ระดับมืออาชีพ ซึ่งสามารถนำเอา Video เข้ามาจากแหล่งใดๆ ก็ได้ เช่น จากกล้องเว็บแคมของ Notebook จากกล้อง HandyCam หรือแม้แต่ดาวน์โหลดตรงๆ มาจาก Youtube ก็ได้แล้ว จากนั้นนำมาจัดเรียงในคิวงาน แล้วใส่เอฟเฟ็กลงไปใน Video นั้นๆ เราก็จะได้ Video ที่น่าสนใจไม่แพ้มืออาชีพเลยล่ะครับ ทั้งนี้หากท่านมีภาพนิ่งที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอลก็สามารถนำมาร้อยเรียงกันให้เป็นสไลด์คลื่นไหวเพื่อใช้ชมกับทีวีก็ได้
ที่มาhttp://www.ohodownloads.com/software-review/download-powerdirector-สไลด์โชว์-วิดีโอ
เทคนิคการสร้างภาพเคลื่อนไหวด้วยโปรแกรม PhotoScape เทคนิคการสร้างภาพเคลื่อนไหวด้วยโปรแกรม PhotoScape
สำหรับท่านสมาชิกของ ReadyPlanet ที่ต้องการตกแต่งเว็บไซต์ด้วยภาพเคลื่อนไหว วันนี้ Tips&Tricks ขอแนะนำวิธีการสร้างภาพเคลื่อนไหวอย่างง่ายด้วยโปรแกรม PhotoScape โปรแกรมฟรีสำหรับตกแต่งรูป โดยมีวิธีการทำดังนี้
เบื้องต้นจะต้องติดตั้งโปรแกรม PhotoScape ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านให้เรียบร้อยก่อนค่ะ (ดูรายละเอียดการดาวน์โหลดโปรแกรม คลิกที่นี่ )
1. เปิดโปรแกรม PhotoScape จากนั้นเลือกที่ "ภาพเคลื่อนไหว"
2. จากนั้นเปิดโฟลเดอร์ที่เก็บรูปภาพในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน
3. นำเมาส์ไปคลิกที่รูปแล้วลากมาวางตามลูกศรค่ะ
4. เมื่อลากรูปมาวางครบแล้ว ให้กดปุ่ม "แก้ไขเวลา" และ "แก้ไขเอฟเฟค"
ตัวอย่างการแก้ไขเวลา เพื่อกำหนดความถี่ในการเปลี่ยนรูป
6. กดบันทึก แล้วทำการตั้งชื่อไฟล์และเลือกชนิดของไฟล์เป็น GIF(*.gif)
ตัวอย่างการแสดงผลภาพเคลื่อนไหวแบบ Gif Animation ที่สร้างจากโปรแกรม PhotoScape
ท่านสามารถตกแต่งเว็บไซต์ด้วยรูปภาพเคลื่อนไหวในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ทุกเมนูที่มีเครื่องมือ (Upload Image) หรือ (Easy Upload Image)
ที่มา : http://oxygen.readyplanet.com/Tips-And-Tricks/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1PhotoScape.html
เบื้องต้นจะต้องติดตั้งโปรแกรม PhotoScape ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านให้เรียบร้อยก่อนค่ะ (ดูรายละเอียดการดาวน์โหลดโปรแกรม คลิกที่นี่ )
1. เปิดโปรแกรม PhotoScape จากนั้นเลือกที่ "ภาพเคลื่อนไหว"
2. จากนั้นเปิดโฟลเดอร์ที่เก็บรูปภาพในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน
3. นำเมาส์ไปคลิกที่รูปแล้วลากมาวางตามลูกศรค่ะ
4. เมื่อลากรูปมาวางครบแล้ว ให้กดปุ่ม "แก้ไขเวลา" และ "แก้ไขเอฟเฟค"
ตัวอย่างการแก้ไขเวลา เพื่อกำหนดความถี่ในการเปลี่ยนรูป
6. กดบันทึก แล้วทำการตั้งชื่อไฟล์และเลือกชนิดของไฟล์เป็น GIF(*.gif)
ตัวอย่างการแสดงผลภาพเคลื่อนไหวแบบ Gif Animation ที่สร้างจากโปรแกรม PhotoScape
ท่านสามารถตกแต่งเว็บไซต์ด้วยรูปภาพเคลื่อนไหวในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ทุกเมนูที่มีเครื่องมือ (Upload Image) หรือ (Easy Upload Image)
ที่มา : http://oxygen.readyplanet.com/Tips-And-Tricks/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1PhotoScape.html
วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555
การทำภาพเอนิเมชั่นใน photoshop cs3
ตามปกติแล้ว โปรแกรม photoshop ในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ จะมีโปรแกรม imageready แถมมาให้ด้วย เพื่อไว้ทำภาพเอนิเมชั่น แต่พอมาถึงเวอร์ชั่น cs3 นั้น กลับไม่มี โปรแกรม imageready แถมมาให้ หลายๆคนคงคิดว่า แล้วจะทำภาพเอนิเมชั่นใน cs3 ได้ยังไง บทความนี้จะเสนอเกี่ยวกับการทำภาพเอนิเมชั่นใน photoshop cs3 ค่ะ
1. เปิดเอกสารใหม่ขึ้นมา โดยไปที่เมนู file > new แล้วตั้งค่าเอกสารตามความต้องการ ในที่นี้ สร้างเอกสารใหม่ขนาด 125x125
2. หารูปภาพอะไรก็ได้มา 3 ภาพ ใส่แยกไว้ในแต่ละเลเยอร์ รวมทั้งหมด 3 ภาพ 3 เลเยอร์ ดังรูป
3. ไปที่เมนู Window > Animation จะได้หน้าต่าง Animation ขึ้นมา ดังรูป
4. คลิกตรง 0 sec. เพื่อเลือกเวลาที่ต้องการ ในการแสดงแต่ละภาพ ในที่นี้เลือกเป็น 2 วินาที
5. คลิกที่ Duplicates selected frames เพื่อ copy จาก frame แรก ดังรูป
6. หลังจากนั้นให้ไปคลิกที่รูปตาตรงเลเยอร์ที่ 3 ออก ดังรูป
7. กลับไปคลิกที่ Duplicates selected frames เพื่อ copy จาก frame ที่สอง (เหมือนข้อ 5)
8. ต่อจากนั้นให้ไปคลิกที่รูปตาตรงเลเยอร์ที่ 2 ออก (เหมือนข้อ 6)
9. ทดสอบได้โดยการกดปุ่ม play animation จะเล่นตั้งแต่ frames แรกไป frames สุดท้าย frames ละ 2 วินาที เมื่อจบ frames สุดท้ายก็จะวนกลับไปที่ frames แรกใหม่
10. ไปที่ File > Save for Web & Devices หรือกด ALT + CTRL + SHIFT + S เพื่อเซฟ และตั้งค่าตามต้องการ
1. เปิดเอกสารใหม่ขึ้นมา โดยไปที่เมนู file > new แล้วตั้งค่าเอกสารตามความต้องการ ในที่นี้ สร้างเอกสารใหม่ขนาด 125x125
2. หารูปภาพอะไรก็ได้มา 3 ภาพ ใส่แยกไว้ในแต่ละเลเยอร์ รวมทั้งหมด 3 ภาพ 3 เลเยอร์ ดังรูป
3. ไปที่เมนู Window > Animation จะได้หน้าต่าง Animation ขึ้นมา ดังรูป
4. คลิกตรง 0 sec. เพื่อเลือกเวลาที่ต้องการ ในการแสดงแต่ละภาพ ในที่นี้เลือกเป็น 2 วินาที
5. คลิกที่ Duplicates selected frames เพื่อ copy จาก frame แรก ดังรูป
6. หลังจากนั้นให้ไปคลิกที่รูปตาตรงเลเยอร์ที่ 3 ออก ดังรูป
7. กลับไปคลิกที่ Duplicates selected frames เพื่อ copy จาก frame ที่สอง (เหมือนข้อ 5)
8. ต่อจากนั้นให้ไปคลิกที่รูปตาตรงเลเยอร์ที่ 2 ออก (เหมือนข้อ 6)
9. ทดสอบได้โดยการกดปุ่ม play animation จะเล่นตั้งแต่ frames แรกไป frames สุดท้าย frames ละ 2 วินาที เมื่อจบ frames สุดท้ายก็จะวนกลับไปที่ frames แรกใหม่
10. ไปที่ File > Save for Web & Devices หรือกด ALT + CTRL + SHIFT + S เพื่อเซฟ และตั้งค่าตามต้องการ
11. สุดท้ายเราก็จะได้รูปเอนิเมชั่นที่ทำจาก photoshop cs3 แล้วครับ ง่ายๆใช่มั๊ยครับ สำหรับคนที่เคยใช้ImageReady ก็คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
Computer Graphic
Computer Graphic หมายถึง การสร้างและการจัดการกับภาพกราฟิกโดยใช้คอมพิวเตอร์ (ซึ่งโดยมากจะเป็นการแสดงออกทางจอภาพ และเครื่องพิมพ์ชนิดต่างๆ) ซึ่งใน 7-8 ปีก่อน คอมพิวเตอร์กราฟิก ( Computer Graphics ) สามารถถูกสร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญทางระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้แพร่หลายมากขึ้นและผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกก็มีอยู่ทุกระดับ ซึ่งแนวความคิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กราฟิกจะว่าด้วยทุกๆ ส่วนที่ประกอบกันกลายเป็นภาพ ซึ่งเราจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของการสร้างภาพก่อน โดยเริ่มจากองค์ประกอบของภาพ รูปแบบของภาพในแต่ละแบบที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถสร้างขึ้นมาได้ รูปแบบของไฟล์ที่นำมาใช้งานมีอะไรบ้าง และถ้าต้องการนำภาพนั้นมาใช้กับงานพิมพ์ควรทำอย่างไร ในปัจจุบันสื่อโทรทัศน์ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา ไปเป็นสื่อใหม่ในลักษณะงานด้านมันติมีเดีย ซึ่งเราจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่เรียกว่า “นักคอมพิวเตอร์กราฟิก” มาช่วยในการออกแบบงานต่างๆ หรือประยุกต์ใช้กับการทำงาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำงานกับกราฟิกที่ใช้งานกันมาก คือ โปรแกรม Adobe Photoshop ซึ่งเป็นโปรแกรมตกแต่งภาพที่นิยมใช้ในกลุ่มนักคอมพิวเตอร์กราฟิก เพราะใช้งานง่ายสามารถตอบสนองความคิดสร้างสรรค์ของผู้ใช้ได้อย่างดี ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางการสร้างภาพกราฟิกสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจได้อย่างง่าย และเนื่องจากในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารมากขึ้น มีการพัฒนาการนำเอาระบบมัลติมิเดียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการท่องเว็บ เช่น มีการนำภาพเคลื่อนไหวทั้งแบบแอนนิเมชัน และแบบวีดีโอมาประกอบเว็บเพจ การนำรูปแบบ E-Learning, VDO, CAI, เกมส์ มาใช้ในระบบการเรียนการสอน ซึ่งต้องมีการศึกษาและเรียนรู้วิธีการสร้างภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งในโปรแกรมแต่ละตัวมีขีดความสามารถที่แตกต่างกัน
ประเภทของโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก
ประเภทของโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก ได้แก่
1. Photo Retouching โปรแกรมที่เหมาะสำหรับการแก้ไข ตกแต่งภาพ และ ทำเอฟเฟกต์ให้กับภาพที่ได้สร้างขึ้นมาแล้ว ซึ่งอาจจะ มาจากภาพถ่ายจริง ได้แก่ Adobe PhotoShop, Corel Photopaint, PaintShop
2. Graphic Illustrator โปรแกรมสำหรับการออกแบบงานกราฟิก หรืองาน Lay out ซึ่งเป็นงานสองมิติ มีการเขียนรูปในลักษณะการเน้น เส้นเน้นรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งไม่ใช่รูปถ่าย ได้แก่ Adobe Illustrator, CorelDraw
3. Computer Aided Design โปรแกรมสำหรับการเขียนภาพที่แสดงออกถึงมิติ ขนาด ที่ ให้ความชัดเจนของวัตถุที่ต้องการสร้างขึ้นมา ได้แก่ Auto CAD, Prodesign
4. Computer Assisted Instruction โปรแกรมสร้างสื่อการเรียนการสอน Authoware, CAI EZ 2000
5. 3D Photo Realistic โปรแกรมที่สามารถสร้างภาพสามมิติ ที่มีมวลและปริมาตร และมีคุณสมบัติของพื้นผิว จนเกิดความสมจริงของแสง และเงา ได้แก่ 3D studio MAX, Auto CAD 3D
6. Presentation โปรแกรมกราฟิก สำหรับช่วยในการนำเสนองาน ใน ลักษณะเป็นสไลค์ประกอบคำบรรยาย มีการสร้างภาพ กราฟฟิกที่ดูแล้วเข้าใจง่ายขึ้น เช่น กราฟชนิดต่าง ๆ หรือการสร้างแผนผังการจัดองค์กร โปรแกรมประเภทนี้ ส่วนมากใช้ในงานธุรกิจ
7. Animation เป็นโปรแกรมสร้างภาพเคลื่อนไหวตามลำดับ โปรแกรมจะ แสดงภาพเป็นลำดับให้แลดูเหมือนภาพเคลื่อนไหว โดย อาจมีเทคนิคต่างๆ ประกอบการแสดงภาพเช่น การซ้อน ภาพ , เลื่อนภาพ, การเลื่อนภาพให้หายไปได้ และ การ แปลงภาพ รวมถึงมีลักษณะการโต้ตอบกับผู้ใช้ด้วย
การสร้างกราฟิก SmartArt
นำไปใช้กับ: Microsoft Office Excel 2007, PowerPoint 2007, Word 2007
กราฟิก SmartArt เป็นการแสดงข้อมูลที่มองเห็นได้ที่คุณสามารถสร้างได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยการเลือกกราฟิกได้จากเค้าโครงต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลและแนวคิดของคุณมีประสิทธิภาพ
ภาพรวมของการสร้างกราฟิก SmartArt
เนื้อหาส่วนใหญ่ที่สร้างโดยใช้โปรแกรมของ ระบบ Microsoft Office 2007 จะมีลักษณะเป็นข้อความ ถึงแม้ว่าการใช้ภาพประกอบจะช่วยเพิ่มความเข้าใจและความจำและกระตุ้นการกระทำ การสร้างภาพประกอบที่มีคุณภาพระดับผู้ออกแบบสามารถเป็นสิ่งที่ท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่ใช่ผู้ออกแบบมืออาชีพหรือคุณไม่มีเงินทุนมากพอที่จะจ้างผู้ออกแบบมืออาชีพ ถ้าคุณใช้ Microsoft Office รุ่นก่อนหน้านี้ คุณอาจต้องใช้เวลามากในการทำให้รูปร่างให้มีขนาดเดียวกันและจัดเรียงอย่างเหมาะสม จัดวางข้อความของคุณให้ดูดี และการจัดรูปแบบรูปร่างให้เข้ากับลักษณะโดยรวมของเอกสารด้วยตนเอง แทนที่จะเน้นที่เนื้อหาของคุณ ด้วยคุณลักษณะใหม่ของ Office รุ่น 2007 ที่เรียกว่ากราฟิก SmartArt และคุณลักษณะใหม่อื่นๆ เช่น ชุดรูปแบบ คุณสามารถสร้างภาพประกอบที่มีคุณภาพระดับผู้ออกแบบได้อย่างง่ายดายเพียงคุณคลิกเมาส์ คุณสามารถสร้างกราฟิก SmartArt ได้ใน Microsoft Office Excel 2007, Microsoft Office PowerPoint 2007 , Microsoft Office Word 2007 หรือในข้อความอีเมลใน Microsoft Office Outlook 2007 ถึงแม้ว่าคุณไม่สามารถสร้างกราฟิก SmartArt ได้ในโปรแกรม Office รุ่น 2007 อื่นๆ คุณสามารถคัดลอกและวางกราฟิก SmartArt เป็นรูปในโปรแกรมเหล่านั้นได้
เนื่องจากงานนำเสนอของ Office PowerPoint 2007 มักมีภาพนิ่งที่มีสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย คุณสามารถแปลงข้อความของภาพนิ่งเป็นกราฟิก SmartArt ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพิ่มภาพเคลื่อนไหวลงในกราฟิก SmartArt ของคุณในงานนำเสนอของ Office PowerPoint 2007เมื่อคุณสร้างกราฟิก SmartArt คุณจะได้รับการพร้อมท์ให้เลือกชนิดของกราฟิก SmartArt เช่น กระบวนการ, ลำดับชั้น, วงกลม หรือ ความสัมพันธ์ ชนิดจะคล้ายกับประเภทของกราฟิก SmartArt และแต่ละชนิดมีเค้าโครงที่แตกต่างกันหลายเค้าโครง หลังจากคุณเลือกเค้าโครงแล้ว จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะ เปลี่ยนเค้าโครงสำหรับกราฟิก SmartArt ของคุณ ข้อความส่วนใหญ่ของคุณและเนื้อหาอื่น สี ลักษณะ ลักษณะพิเศษ และการจัดรูปแบบข้อความจะถูกโอนไปยังเค้าโครงใหม่โดยอัตโนมัติ เมื่อคุณเลือกเค้าโครง ข้อความตัวยึด (เช่น [ข้อความ]) จะแสดงเพื่อให้คุณสามารถเห็นได้ว่ากราฟิก SmartArt ของคุณมีลักษณะอย่างไร ตัวยึดข้อความจะไม่ถูกพิมพ์ หรือแสดงในระหว่างการนำเสนอภาพนิ่ง อย่างไรก็ตาม จะมีการแสดงและพิมพ์รูปร่างเสมอ เว้นแต่ว่าคุณ ลบรูปร่างดังกล่าว คุณสามารถแทนที่ข้อความตัวยึดด้วยเนื้อหาของคุณเอง เมื่อคุณเพิ่มและแก้ไขเนื้อหาของคุณในบานหน้าต่างข้อความ กราฟิก SmartArt ของคุณจะได้รับการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเพิ่มหรือเอารูปร่างออกได้ตามความต้องการนอกจากนี้คุณยังสามารถ เพิ่ม และ เอาออก รูปร่างในกราฟิก SmartArt ของคุณเพื่อปรับโครงสร้างของเค้าโครงได้ ตัวอย่างเช่น ถึงแม้ว่าเค้าโครง กระบวนการพื้นฐาน จะปรากฏขึ้นโดยมีรูปร่าง 3 รูป แต่กระบวนการของคุณอาจต้องการรูปร่างเพียง 2 รูป หรือ 5 รูป ก็ได้ เมื่อคุณเพิ่มหรือเอารูปร่างออก และแก้ไขข้อความ การจัดเรียงรูปร่างและปริมาณข้อความในรูปร่างดังกล่าวจะได้รับการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ โดยยังคงการออกแบบและเส้นขอบของเค้าโครงต้นฉบับสำหรับกราฟิก SmartArt ของคุณไว้ เมื่อต้องการเพิ่มลักษณะที่มีคุณภาพของนักออกแบบและปรับแต่งกราฟิก SmartArt ของคุณอย่างรวดเร็ว ให้ นำ ลักษณะ SmartArt ไปใช้
สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อคุณสร้างกราฟิก SmartArt
ก่อนที่คุณจะสร้างกราฟิก SmartArt ของคุณ ให้ดูก่อนว่าชนิดและเค้าโครงใดดีที่สุดสำหรับการแสดงข้อมูลของคุณ คุณต้องการนำเสนออะไรในกราฟิก SmartArt ของคุณ คุณต้องการรูปลักษณ์ที่แน่นอนหรือไม่ เนื่องจากคุณสามารถสลับเค้าโครงได้อย่างรวดเร็ว หรือลองเค้าโครงที่แตกต่าง (ข้ามชนิด) จนกระทั่งคุณพบเค้าโครงสำหรับประกอบกับข้อความของคุณได้ดีที่สุด กราฟิกของคุณควรชัดเจนและเข้าใจง่าย ให้ทดลองใช้เค้าโครงชนิดต่างๆ โดยใช้ตารางข้างล่างเป็นจุดเริ่มต้น ตารางนี้มีเพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นเท่านั้นซึ่งไม่ใช่รายการที่ละเอียดมากนัก
วััตถุประสงค์ของกราฟิก ชนิดของกราฟิก
- แสดงข้อมูลที่ไม่เป็นลำดับ รายการ
- แสดงขั้นตอนในกระบวนการหรือเส้นเวลา กระบวนการ
- แสดงกระบวนการต่อเนื่อง วงกลม
- แสดงโครงการการตัดสินใจ ลำดับชั้น
- สร้างแผนผังองค์กร ลำดับชั้น
- แสดงภาพประกอบการเชื่อมต่อ ความสัมพันธ์
- แสดงว่าส่วนต่างๆ สัมพันธ์กับส่วนทั้งหมดอย่างไร เมทริกซ์
- แสดงความสัมพันธ์ตามสัดส่วนกับคอมโพเนนต์
ใหญ่สุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง พีระมิด
นอกจากนี้ให้พิจารณาถึงจำนวนข้อความที่คุณมี เนื่องจากจำนวนข้อความมักจะเป็นตัวกำหนดเค้าโครงที่คุณใช้ รวมทั้งจำนวนรูปร่างที่คุณต้องการในเค้าโครง โดยทั่วไป กราฟิก SmartArt จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อจำนวนของรูปร่างและจำนวนข้อความไม่เกินประเด็นสำคัญ ถ้าข้อความมีขนาดใหญ่เกินกำหนด ข้อความที่ปรากฏในกราฟิก SmartArt ของคุณอาจถูกตัดออกได้ ซึ่งจะทำให้คุณนำเสนอข้อความของคุณได้ยากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม มีบางเค้าโครงเช่น รายการสี่เหลี่ยมคางหมู ในชนิด รายการ จะทำงานได้ดีในกรณีที่มีจำนวนข้อความมาก มีเค้าโครงสำหรับกราฟิก SmartArt บางเค้าโครงมีการกำหนดจำนวนรูปร่างคงที่ ตัวอย่างเช่น เค้าโครง ลูกศรถ่วงดุล ในชนิด ความสัมพันธ์ ได้รับการออกแบบเพื่อแสดงความคิดหรือแนวคิดที่สวนทางกัน โดยมีรูปร่างเพียงสองรูปเท่านั้นที่สามารถมีข้อความได้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเค้าโครงให้แสดงเนื้อหาแนวคิดหรือความคิดมากกว่าสองแนวคิดได้
ถ้าคุณต้องการนำเสนอแนวคิดมากกว่าสองแนวคิด ให้สลับไปยังเค้าโครงอื่นที่มีรูปร่างสำหรับข้อความมากกว่าสองรูป เช่น เค้าโครง พีระมิดพื้นฐาน ในชนิด พีระมิด โปรดระลึกไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงเค้าโครงหรือชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงความหมายข้อมูลของคุณได้ ตัวอย่างเช่น เค้าโครงที่มีลูกศรชี้ไปด้านขวา เช่น กระบวนการพื้นฐาน ในชนิด กระบวนการ มีความหมายแตกต่างจากกรากฟิก SmartArt ที่มีลูกศรวนเป็นวงจร เช่น วงกลมแบบต่อเนื่อง ในชนิด วงกลม
สร้างกราฟิก SmartArt
1.บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม ภาพประกอบ ให้คลิก SmartArt
2.ในกล่องโต้ตอบ เลือกกราฟิก SmaArtrt ให้คลิกชนิดและเค้าโครงที่คุณต้องการ
3.ใส่ข้อความโดยเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
คลิกในรูปร่างในกราฟิก SmartArt ของคุณ แล้วพิมพ์ข้อความ
คลิก [ข้อความ] ในบานหน้าต่างข้อความ แล้วพิมพ์หรือวางข้อความของคุณ
คัดลอกข้อความจากโปรแกรมอื่น ให้คลิก [ข้อความ] จากนั้นวางลงในบานหน้าต่างข้อความ
ถ้ามองไม่เห็นบานหน้าต่างข้อความ
เปลี่ยนสีกราฟิก SmartArt ทั้งชุด
คุณสามารถนำการไล่ระดับสีที่ได้รับจากชุดรูปแบบสี ไปใช้กับรูปร่างในกราฟิก SmartArt ของคุณได้
1.คลิกกราฟิก SmartArt ของคุณ
2.ภายใต้ เครื่องมือ SmartArt บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ลักษณะ SmartArt ให้คลิก
เปลี่ยนสี
3.คลิกการแปลงสีที่คุณต้องการ
นำลักษณะ SmartArt ไปใช้กับกราฟิก SmartArt
ลักษณะ SmartArt คือการรวมกันของหลายลักษณะพิเศษ เช่น ลักษณะเส้น ยกนูน หรือ สามมิติ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้กับรูปร่างในกราฟิก SmartArt ของคุณเพื่อสร้างลักษณะที่ไม่ซ้ำใครและที่ได้รับการออกแบบอย่างมืออาชีพได้
1.คลิกกราฟิก SmartArt ของคุณ
2.ภายใต้ เครื่องมือ SmartArt บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ลักษณะ SmartArt ให้คลิกลักษณะ SmartArt ที่คุณต้องการ
เพื่อต้องการดูลักษณะ SmartArt เพิ่มเติม ให้คลิกปุ่ม เพิ่มเติม
เคล็ดลับ
ถ้าคุณมีข้อความบนภาพนิ่งอยู่แล้ว คุณสามารถ แปลงข้อความไปเป็นกราฟิก SmartArt ได้
นอกจากนี้ คุณยังสามารถกำหนดกราฟิก SmartArt ของคุณได้เอง โดยการเพิ่มรูปร่างเฉพาะ การเอารูปร่างออก การย้ายรูปร่าง การปรับขนาดรูปร่าง และการจัดรูปแบบข้อความ
เมื่อต้องการเริ่มทำงานด้วยเค้าโครงเปล่า ให้ลบข้อความตัวยึดทั้งหมด (เช่น [ข้อความ]) ในบานหน้าต่างข้อความ หรือกด CTRL+A จากนั้นกด DELETE
วีดีโอการสร้างกราฟิกด้วย SmartArt
กราฟิก SmartArt เป็นการแสดงข้อมูลที่มองเห็นได้ที่คุณสามารถสร้างได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยการเลือกกราฟิกได้จากเค้าโครงต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลและแนวคิดของคุณมีประสิทธิภาพ
ภาพรวมของการสร้างกราฟิก SmartArt
เนื้อหาส่วนใหญ่ที่สร้างโดยใช้โปรแกรมของ ระบบ Microsoft Office 2007 จะมีลักษณะเป็นข้อความ ถึงแม้ว่าการใช้ภาพประกอบจะช่วยเพิ่มความเข้าใจและความจำและกระตุ้นการกระทำ การสร้างภาพประกอบที่มีคุณภาพระดับผู้ออกแบบสามารถเป็นสิ่งที่ท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่ใช่ผู้ออกแบบมืออาชีพหรือคุณไม่มีเงินทุนมากพอที่จะจ้างผู้ออกแบบมืออาชีพ ถ้าคุณใช้ Microsoft Office รุ่นก่อนหน้านี้ คุณอาจต้องใช้เวลามากในการทำให้รูปร่างให้มีขนาดเดียวกันและจัดเรียงอย่างเหมาะสม จัดวางข้อความของคุณให้ดูดี และการจัดรูปแบบรูปร่างให้เข้ากับลักษณะโดยรวมของเอกสารด้วยตนเอง แทนที่จะเน้นที่เนื้อหาของคุณ ด้วยคุณลักษณะใหม่ของ Office รุ่น 2007 ที่เรียกว่ากราฟิก SmartArt และคุณลักษณะใหม่อื่นๆ เช่น ชุดรูปแบบ คุณสามารถสร้างภาพประกอบที่มีคุณภาพระดับผู้ออกแบบได้อย่างง่ายดายเพียงคุณคลิกเมาส์ คุณสามารถสร้างกราฟิก SmartArt ได้ใน Microsoft Office Excel 2007, Microsoft Office PowerPoint 2007 , Microsoft Office Word 2007 หรือในข้อความอีเมลใน Microsoft Office Outlook 2007 ถึงแม้ว่าคุณไม่สามารถสร้างกราฟิก SmartArt ได้ในโปรแกรม Office รุ่น 2007 อื่นๆ คุณสามารถคัดลอกและวางกราฟิก SmartArt เป็นรูปในโปรแกรมเหล่านั้นได้
เนื่องจากงานนำเสนอของ Office PowerPoint 2007 มักมีภาพนิ่งที่มีสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย คุณสามารถแปลงข้อความของภาพนิ่งเป็นกราฟิก SmartArt ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพิ่มภาพเคลื่อนไหวลงในกราฟิก SmartArt ของคุณในงานนำเสนอของ Office PowerPoint 2007เมื่อคุณสร้างกราฟิก SmartArt คุณจะได้รับการพร้อมท์ให้เลือกชนิดของกราฟิก SmartArt เช่น กระบวนการ, ลำดับชั้น, วงกลม หรือ ความสัมพันธ์ ชนิดจะคล้ายกับประเภทของกราฟิก SmartArt และแต่ละชนิดมีเค้าโครงที่แตกต่างกันหลายเค้าโครง หลังจากคุณเลือกเค้าโครงแล้ว จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะ เปลี่ยนเค้าโครงสำหรับกราฟิก SmartArt ของคุณ ข้อความส่วนใหญ่ของคุณและเนื้อหาอื่น สี ลักษณะ ลักษณะพิเศษ และการจัดรูปแบบข้อความจะถูกโอนไปยังเค้าโครงใหม่โดยอัตโนมัติ เมื่อคุณเลือกเค้าโครง ข้อความตัวยึด (เช่น [ข้อความ]) จะแสดงเพื่อให้คุณสามารถเห็นได้ว่ากราฟิก SmartArt ของคุณมีลักษณะอย่างไร ตัวยึดข้อความจะไม่ถูกพิมพ์ หรือแสดงในระหว่างการนำเสนอภาพนิ่ง อย่างไรก็ตาม จะมีการแสดงและพิมพ์รูปร่างเสมอ เว้นแต่ว่าคุณ ลบรูปร่างดังกล่าว คุณสามารถแทนที่ข้อความตัวยึดด้วยเนื้อหาของคุณเอง เมื่อคุณเพิ่มและแก้ไขเนื้อหาของคุณในบานหน้าต่างข้อความ กราฟิก SmartArt ของคุณจะได้รับการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเพิ่มหรือเอารูปร่างออกได้ตามความต้องการนอกจากนี้คุณยังสามารถ เพิ่ม และ เอาออก รูปร่างในกราฟิก SmartArt ของคุณเพื่อปรับโครงสร้างของเค้าโครงได้ ตัวอย่างเช่น ถึงแม้ว่าเค้าโครง กระบวนการพื้นฐาน จะปรากฏขึ้นโดยมีรูปร่าง 3 รูป แต่กระบวนการของคุณอาจต้องการรูปร่างเพียง 2 รูป หรือ 5 รูป ก็ได้ เมื่อคุณเพิ่มหรือเอารูปร่างออก และแก้ไขข้อความ การจัดเรียงรูปร่างและปริมาณข้อความในรูปร่างดังกล่าวจะได้รับการปรับปรุงโดยอัตโนมัติ โดยยังคงการออกแบบและเส้นขอบของเค้าโครงต้นฉบับสำหรับกราฟิก SmartArt ของคุณไว้ เมื่อต้องการเพิ่มลักษณะที่มีคุณภาพของนักออกแบบและปรับแต่งกราฟิก SmartArt ของคุณอย่างรวดเร็ว ให้ นำ ลักษณะ SmartArt ไปใช้
สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อคุณสร้างกราฟิก SmartArt
ก่อนที่คุณจะสร้างกราฟิก SmartArt ของคุณ ให้ดูก่อนว่าชนิดและเค้าโครงใดดีที่สุดสำหรับการแสดงข้อมูลของคุณ คุณต้องการนำเสนออะไรในกราฟิก SmartArt ของคุณ คุณต้องการรูปลักษณ์ที่แน่นอนหรือไม่ เนื่องจากคุณสามารถสลับเค้าโครงได้อย่างรวดเร็ว หรือลองเค้าโครงที่แตกต่าง (ข้ามชนิด) จนกระทั่งคุณพบเค้าโครงสำหรับประกอบกับข้อความของคุณได้ดีที่สุด กราฟิกของคุณควรชัดเจนและเข้าใจง่าย ให้ทดลองใช้เค้าโครงชนิดต่างๆ โดยใช้ตารางข้างล่างเป็นจุดเริ่มต้น ตารางนี้มีเพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นเท่านั้นซึ่งไม่ใช่รายการที่ละเอียดมากนัก
วััตถุประสงค์ของกราฟิก ชนิดของกราฟิก
- แสดงข้อมูลที่ไม่เป็นลำดับ รายการ
- แสดงขั้นตอนในกระบวนการหรือเส้นเวลา กระบวนการ
- แสดงกระบวนการต่อเนื่อง วงกลม
- แสดงโครงการการตัดสินใจ ลำดับชั้น
- สร้างแผนผังองค์กร ลำดับชั้น
- แสดงภาพประกอบการเชื่อมต่อ ความสัมพันธ์
- แสดงว่าส่วนต่างๆ สัมพันธ์กับส่วนทั้งหมดอย่างไร เมทริกซ์
- แสดงความสัมพันธ์ตามสัดส่วนกับคอมโพเนนต์
ใหญ่สุดที่ด้านบนหรือด้านล่าง พีระมิด
นอกจากนี้ให้พิจารณาถึงจำนวนข้อความที่คุณมี เนื่องจากจำนวนข้อความมักจะเป็นตัวกำหนดเค้าโครงที่คุณใช้ รวมทั้งจำนวนรูปร่างที่คุณต้องการในเค้าโครง โดยทั่วไป กราฟิก SmartArt จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อจำนวนของรูปร่างและจำนวนข้อความไม่เกินประเด็นสำคัญ ถ้าข้อความมีขนาดใหญ่เกินกำหนด ข้อความที่ปรากฏในกราฟิก SmartArt ของคุณอาจถูกตัดออกได้ ซึ่งจะทำให้คุณนำเสนอข้อความของคุณได้ยากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม มีบางเค้าโครงเช่น รายการสี่เหลี่ยมคางหมู ในชนิด รายการ จะทำงานได้ดีในกรณีที่มีจำนวนข้อความมาก มีเค้าโครงสำหรับกราฟิก SmartArt บางเค้าโครงมีการกำหนดจำนวนรูปร่างคงที่ ตัวอย่างเช่น เค้าโครง ลูกศรถ่วงดุล ในชนิด ความสัมพันธ์ ได้รับการออกแบบเพื่อแสดงความคิดหรือแนวคิดที่สวนทางกัน โดยมีรูปร่างเพียงสองรูปเท่านั้นที่สามารถมีข้อความได้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเค้าโครงให้แสดงเนื้อหาแนวคิดหรือความคิดมากกว่าสองแนวคิดได้
ถ้าคุณต้องการนำเสนอแนวคิดมากกว่าสองแนวคิด ให้สลับไปยังเค้าโครงอื่นที่มีรูปร่างสำหรับข้อความมากกว่าสองรูป เช่น เค้าโครง พีระมิดพื้นฐาน ในชนิด พีระมิด โปรดระลึกไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงเค้าโครงหรือชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงความหมายข้อมูลของคุณได้ ตัวอย่างเช่น เค้าโครงที่มีลูกศรชี้ไปด้านขวา เช่น กระบวนการพื้นฐาน ในชนิด กระบวนการ มีความหมายแตกต่างจากกรากฟิก SmartArt ที่มีลูกศรวนเป็นวงจร เช่น วงกลมแบบต่อเนื่อง ในชนิด วงกลม
สร้างกราฟิก SmartArt
1.บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม ภาพประกอบ ให้คลิก SmartArt
2.ในกล่องโต้ตอบ เลือกกราฟิก SmaArtrt ให้คลิกชนิดและเค้าโครงที่คุณต้องการ
คลิกในรูปร่างในกราฟิก SmartArt ของคุณ แล้วพิมพ์ข้อความ
คลิก [ข้อความ] ในบานหน้าต่างข้อความ แล้วพิมพ์หรือวางข้อความของคุณ
คัดลอกข้อความจากโปรแกรมอื่น ให้คลิก [ข้อความ] จากนั้นวางลงในบานหน้าต่างข้อความ
ถ้ามองไม่เห็นบานหน้าต่างข้อความ
เปลี่ยนสีกราฟิก SmartArt ทั้งชุด
คุณสามารถนำการไล่ระดับสีที่ได้รับจากชุดรูปแบบสี ไปใช้กับรูปร่างในกราฟิก SmartArt ของคุณได้
1.คลิกกราฟิก SmartArt ของคุณ
2.ภายใต้ เครื่องมือ SmartArt บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ลักษณะ SmartArt ให้คลิก
เปลี่ยนสี
3.คลิกการแปลงสีที่คุณต้องการ
นำลักษณะ SmartArt ไปใช้กับกราฟิก SmartArt
ลักษณะ SmartArt คือการรวมกันของหลายลักษณะพิเศษ เช่น ลักษณะเส้น ยกนูน หรือ สามมิติ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้กับรูปร่างในกราฟิก SmartArt ของคุณเพื่อสร้างลักษณะที่ไม่ซ้ำใครและที่ได้รับการออกแบบอย่างมืออาชีพได้
1.คลิกกราฟิก SmartArt ของคุณ
2.ภายใต้ เครื่องมือ SmartArt บนแท็บ ออกแบบ ในกลุ่ม ลักษณะ SmartArt ให้คลิกลักษณะ SmartArt ที่คุณต้องการ
เพื่อต้องการดูลักษณะ SmartArt เพิ่มเติม ให้คลิกปุ่ม เพิ่มเติม
เคล็ดลับ
ถ้าคุณมีข้อความบนภาพนิ่งอยู่แล้ว คุณสามารถ แปลงข้อความไปเป็นกราฟิก SmartArt ได้
นอกจากนี้ คุณยังสามารถกำหนดกราฟิก SmartArt ของคุณได้เอง โดยการเพิ่มรูปร่างเฉพาะ การเอารูปร่างออก การย้ายรูปร่าง การปรับขนาดรูปร่าง และการจัดรูปแบบข้อความ
เมื่อต้องการเริ่มทำงานด้วยเค้าโครงเปล่า ให้ลบข้อความตัวยึดทั้งหมด (เช่น [ข้อความ]) ในบานหน้าต่างข้อความ หรือกด CTRL+A จากนั้นกด DELETE
วีดีโอการสร้างกราฟิกด้วย SmartArt
การปรับแต่ง windows xp
วิธีการปรับแต่ง Windows XP ให้ทำงานได้เร็วขึ้น แบบไม่ต้องลงทุน
หลังจากที่ได้แนะนำ วิธีการปรับแต่ง Windows 98 กันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวของการปรับแต่ง Windows XP กันบ้าง ความจริงแล้ว ระบบปฏิบัติการ Windows XP นั้น มีการจัดการกับส่วนต่าง ๆ ที่ค่อนข้างจะดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็น จะต้องไปปรับแต่ง อะไรเพิ่มเติมกันอีก แต่ถ้าหาก ใครอยากจะเสริมโน่นนิด นี่หน่อย ก็ลองมาดูขั้นตอน การปรับแต่ง Windows XP กันได้เลยครับ
-ทำการลง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีมาให้สำหรับ Windows XP โดยเฉพาะ
สำหรับท่านที่ใช้งาน Windows XP นั้น ความจริงหลังจากที่ลง Windows ใหม่ ๆ แล้ว อุปกรณ์บางตัว อาจจะสามารถ ทำงานได้เลย โดยไม่ต้องมานั่งลง Driver ให้ยุ่งยาก แต่เพื่อให้อุปกรณ์ต่าง ๆ นั้น สามารถทำงานได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ มากขึ้น ขอแนะนำให้ทำการลง Driver ของอุปกรณ์แต่ละตัวไปอีกครั้งด้วย จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ในการใช้งานได้มาก
-การปรับแต่ง Performance ของระบบให้ทำงานได้เร็วขึ้น
เป็นการตั้งค่า Virtual Memory ของระบบที่เหมาะสม โดยเริ่มจากการคลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Advanced ในช่อง Performance กดที่ปุ่ม Settings >> Advanced และด้านล่างเลือกกดที่ปุ่ม Change จะได้ตามภาพ
ทำการเปลี่ยนค่าของ Virtual ให้เป็นแบบ Custom size และกำหนดไว้ที่ 512-512 ตามภาพแล้วกด OK จากนั้นเครื่องจะทำการ Restart ใหม่ครั้งหนึ่งก่อนครับ
-การปรับแต่ง Startup and Recovery ของระบบวินโดวส์
เป็นการกำหนดขั้นตอน เมื่อระบบวินโดวส์เริ่มต้นทำงาน และการกำหนดการกระทำ เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นให้เหมาะสม โดยทำการคลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Advanced ในช่อง Startup and Recovery กดที่ปุ่ม Settings จะได้ตามภาพ
ทำการยกเลิกการเครื่องหมายถูกใต้ช่อง System failure ออกให้หมด (สำหรับเครื่องหมายถูกด้านบนใต้ช่อง system startup ให้ปล่อยไว้ตามเดิม เนื่องจากเป็นการกำหนดการเลือกบูต Windows แบบหลายระบบ หรือถ้าหากเครื่องนั้น ลงระบบ Windows ไว้แค่ตัวเดียว ไม่ได้ใช้ลูกเล่นนี้ก็เอาออกไปได้เช่นกันครับ) จากนั้นก็กด OK ครับ
-การปรับแต่งระบบรายงานข้อผิดพลาดหรือ Error Reporting
เป็นการกำหนดวิธีการรายงานข้อผิดพลาด ซึ่งไม่ค่อยได้ใช้งานอะไร ก็จัดการยกเลิกการทำงานส่วนนี้ซะเลย โดยทำการ คลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Advanced ที่ด้านล่าง ให้กดที่ปุ่ม Error Reporting จะได้ตามภาพ
ทำการเลือกที่ช่อง Disable error reporting ตามภาพแล้วกด OK ครับ
-ปิดการทำงานของ System Restore เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์
เป็นการปิดการทำงานของระบบ System Restore หรือระบบย้อนเวลากลับของ Windows เช่น ถ้าหากเรามีการติดตั้ง ซอฟต์แวร์ลงไปในเครื่อง แล้วเกิดเปลี่ยนใจหรือว่าซอฟต์แวร์ตัวนั้น ไปสร้างปัญหาให้กับระบบ เราก็สามารถย้อยเวลากลับไป ณวันที่หรือเวลาที่เราต้องการได้ แต่เนื่องจากการที่จะสามารถ ย้อนเวลากลับไปได้นั้น Windows จะต้องใช้พื้นที่บน ฮาร์ดดิสก์ ส่วนหนึ่ง ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ด้วย ตรงนี้แหละครับที่เรียกว่า System Restore ซึ่งถ้าหาก ไม่ต้องการ ใช้งานระบบในส่วนนี้ ก็จัดการปิดการทำงานไปซะดีกว่าครับ โดยทำการ คลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก System Restore ตามภาพ
ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ช่อง Turn off System Restore on all drive แล้วกด OK ครับ
-การตั้งให้ปิดระบบการทำงานของ Auto Update ไปเลยดีกว่า
เป็นการตั้งให้ระบบการอัพเดตไฟล์หรือ Patch ต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของ microsoft แบบอัตโนมัติไม่ทำงาน เนื่องจาก ถ้าหากมีการตั้ง Auto Update นี้ไว้ จะทำให้เมื่อเล่นอินเตอร์เน็ตแล้ว จะมีการเช็คหรือตรวจสอบอยู่บ่อย ๆ รวมถึงในบางครั้ง อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ Windows ต่อเน็ตเองด้วย ซึ่งหากเราต้องการที่จะทำการอัพเดตจริง ๆ ก็สามารถสั่งเองได้เช่นกัน โดยทำการ คลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Automatic Updates ตามภาพ
เอาเครื่องหมายถูกหน้าช่อง Keep my computer up to date... ออกไปและกด OK ครับ
-การปิดการทำงานของระบบ Remote Desktop
เป็นการปิดการทำงานของการใช้งาน Remote Desktop หรือการทำ Remote จากเครืองคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่ง โดยปกติเราจะไม่ได้มีการใช้งานส่วนนี้อยู่แล้ว ปิดไปเลยดีกว่าครับ โดยทำการ คลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Remote ตามภาพ
เอาเครื่องหมายถูกออกไปให้หมดเหมือนภาพด้านบน และกดที่ปุ่ม OK ครับ
-การปรับแต่งระบบ Registry ของระบบวินโดวส์ให้ทำงานได้ดีขึ้น
สำหรับส่วนนี้ ก็จะเป็นการปรับแต่งระบบ Registry ของ Windows โดยในที่นี้ จะไม่ขออธิบายรายละเอียดมากนัก เอาเป็นว่า อยากจะลองปรับแต่งตรงไหน ก็กดเลือกที่ Registry สำเร็จรูปที่ได้เตรียมไว้แล้ว ให้ทำไปทีละอันตามต้องการจนครบได้เลย โดยวิธีการ ก็เพียงแค่เลือกที่ลิงค์ด้านล่างนี้ เลือกที่ Open และกดที่ Yes ค่ะ
1. การปรับแต่งวินโดวส์ให้บูตเร็วขึ้น โดยการปรับค่า Memory Management
2. การปรับแต่งวินโดวส์ให้เล่นเน็ตเร็วขึ้น โดยการปรับแต่งค่า MAXConectionsPerServer
3. การปรับแต่งวินโดวส์ให้ชัตดาวน์ได้เร็วขึ้น โดยการปรับค่าต่าง ๆ ของระบบ
สำหรับขั้นตอนต่าง ๆ เท่าที่พอจะทำการปรับแต่งได้ โดยที่ไม่มีผลกระทบกับระบบ Windows XP มากนักก็มีเพียงเท่านี้ หลังจาก เสร็จสิ้น การปรับแต่งทุกอย่างแล้ว ลองเปรียบเทียบความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งเวลาที่ใช้งานทั่ว ๆ ไปดูนะ ว่าได้ผลอย่างไรกันบ้าง
เกมส์คอมพิวเตอร์
Pao - Ying - Chup ( เป่า - ยิ้ง - ฉุบ )
มินิเกมส์ เกมส์แรกที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อความสนุกสนาน ผ่อนคลาย พร้อมกับฝึกสมอง ประลองปัญญา เสริมทักษะไหวพริบ ให้กับสมาชิกมินิเพล์ย เป็นเกมส์ที่น้องสมาชิกรู้จักกันดี ก็คือเกมส์ เป่า - ยิ้ง - ฉุบ นั้นเอง น้องๆ สามารถท้าประลอ

Ying Z ( ยิงซี่ !! )
มินิเกมส์ เกมส์ที่สอง ทีมงานได้จับมือกับเกมส์แฟชั่นที่โด่งดังที่สุดในปัจจุบัน คือเกมส์ VanillaCat ที่นำเกมส์มาให้สมาชิกมินิเพล์ยได้ร่วมสนุกกัน เป็นเกมส์ที่ต้องใช้ความแม่นยำ และรวดเร็ว โดยยิงธนูให้เข้าเป้ามากที่สุดเพื่อเก็บคะแนน สำหรับชิงความเป็นเทพแห่งการยิงธนู ไปลุยกันเลย ยิงซี่.....งกับเพื่อนๆ ในมินิเพล์ย ได้ตลอดเวลา ขอให้สนุกกับเกมส์ของเรานะค่ะ
วีดีโอเกมส์โยวกัง
ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=2aaQbS0N8X4
วีดีโอเกมส์โยวกัง2
ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=ybvJ97JtAEk&feature=related
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









































